ประวัติของเรา
- บริษัทสตาร์ทอัพ ปี 1994
ด้วยแนวคิดที่จะจัดหาอุปกรณ์หลังการพิมพ์แบบครบวงจรสำหรับบริษัทสิ่งพิมพ์ SHANHE MACHINE จึงได้เปิดบทใหม่ขึ้นมา
- โปรโมชั่นปี 1996
ด้วยการเปิดรับตลาดต่างประเทศด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ บริษัท SHANHE MACHINE ประสบความสำเร็จในการขอรับใบอนุญาตส่งออกโดยอิสระ
- การควบคุมคุณภาพ ปี 1999
บริษัท SHANHE MACHINE ได้จัดตั้งระบบควบคุมคุณภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การแปรรูปวัตถุดิบ การผลิต การประกอบ และการทดสอบ เรามุ่งมั่นที่จะรักษาคุณภาพให้ปราศจากข้อบกพร่องจนถึงที่สุด
- การสร้างแบรนด์ในปี 2006
บริษัท SHANHE MACHINE ได้จดทะเบียนตราสินค้าในเครือชื่อ “OUTEX” และจัดตั้งบริษัท “GUANGDONG OUTEX TECHNOLOGY CO., LTD.” เพื่อการส่งออกและค้าขาย
- นวัตกรรมปี 2016
บริษัท SHANHE MACHINE ได้รับรางวัล “วิสาหกิจไฮเทคแห่งชาติ” เรียบร้อยแล้ว
- ความคืบหน้าปี 2017
เครื่องเคลือบฟลุตความเร็วสูง เครื่องตัดไดคัทอัตโนมัติ เครื่องเคลือบฟิล์มความเร็วสูง และเครื่องจักรหลังการพิมพ์อื่นๆ ได้รับใบรับรอง CE แล้ว
- การขยายตัวในปี 2019
บริษัท SHANHE MACHINE เริ่มโครงการเครื่องจักรหลังการพิมพ์แบบอัตโนมัติอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบในปี 2019 โครงการนี้จะดำเนินการในเขตคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ในเมืองซานโถว ด้วยเงินลงทุน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีอาคารผลิตสองหลัง อาคารหนึ่งสำหรับคลังสินค้า โลจิสติกส์ และจัดแสดงสินค้า และอีกอาคารหนึ่งสำหรับสำนักงานแบบครบวงจร โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมการพิมพ์ และการพัฒนาที่ยั่งยืนและแข็งแรงขององค์กร
- ยุคใหม่ 2021
หลังจากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ บริษัท SHANHE MACHINE ได้ผลักดันการวิจัยและพัฒนาและการผลิตเครื่องเคลือบฟลุตออนไลน์ความเร็วสูงอัจฉริยะอย่างอิสระ ซึ่งส่งผลให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมการพิมพ์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ความเหนือกว่าทางเทคนิค และความแข็งแกร่งของแบรนด์ของบริษัทอีกด้วย
- 2022 อย่าหยุด
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บริษัท SHANHE MACHINE ยึดมั่นในแนวคิด “ซื่อสัตย์เป็นอันดับแรก นวัตกรรมล้ำหน้า ให้ความสำคัญกับบุคลากร และเคารพลูกค้า” และได้ให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าทุกรายมาโดยตลอด
- 2023 ก้าวต่อไป
บริษัท SHANHE MACHINE ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนออุปกรณ์หลังการพิมพ์อัตโนมัติและอัจฉริยะที่ทันสมัยยิ่งขึ้นแก่ลูกค้า และช่วยให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ สามารถรับมือกับความท้าทายทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น